สูตรการทำลูกชิ้น

เรื่องโดย Apichai Chomsing | 10/18/2554 12:03:00 PM | 0 ความคิดเห็น »


การที่เราจะทำให้หมูหรือเนื้อวัว มีราคาที่สูงขึ้นและให้มีปริมาณที่มากขึ้น workdeena ขอแนะนำ อาชีพอิสระตัวนี้ คือการทำ "ลูกชิ้น" ส่งตลาดสด การทำมีวิธีไม่ยากมากนัก แต่เราต้องคุม ราคาทุนกับราคาขายให้ได้ และการตลาดก็สำคัญมากๆ




วิธีการทำ ลูกชิ้นเนื้อวัว แต่สูตรนี้เพื่อนๆ สามารถนำไปทำเป็นลูกชิ้นชนิดอื่นๆ ได้นะ

เรามาดูวิธีการทำกันเลย
ส่วนผสม
เนื้อวัวสด 1 กิโล
แป้งมัน 3 ช้อนกินข้าว
แป้งสาลี 3 ช้อนกินข้าว
เกลือป่น 1 ช้อนกินข้าว
น้ำด่างขี้เถ้า = ได้จากการนำเอา ขี้เถ้าถ่านไปใส่แช่น้ำไว้หลายคืน และตักเฉพาะนำส่วนบนมาใช้)
น้ำแข็งทุบ


วิธีทำ
เอาเนื้อวัวมาแล่พังผืด แล้วหั่นให้เป็นชิ้นๆ แล้วเอาน้ำด่าง เกลือ ปั่นรวมกัน
เมื่อละเอียด และเข้ากันดีแล้ว ก็ให้ใส่แป้งทั้ง 2 ชนิดลงไป พร้อมทั้งน้ำแข็ง แล้วปั่นต่อไปจนละเอียดเหนียว
แล้วนำเนื้อที่ได้ มาบีบเป็นลูก ใส่ลงไปในน้ำที่เกือบเดือด
ทำเป็นลูกจนหมด แล้วจึงเร่งไฟให้แรงจน้ำเดือดจัดจึงตักขึ้นมาผึ่งลมให้แห้ง



-เพียงเท่านี้เราก็จะได้ ลูกชิ้นอร่อยๆ ทำทานก็ได้ ทำขายก็ดี สูตรนี้ workdeena ยืนยันว่าสามารถทำขายได้จริง แล้วลูกชิ้นสูตรนี้จะมีความกรอบมากๆ ซึ้งเป็นที่นิยมของคนทานมาก ถ้าใครอยากนำไปทำเป็นอาชีพอิสระ ก็รีบๆ หน่อยนะ เพราะลูกชิ้นเป็นสินค้าที่ เคยไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดเลย

น้ำแคนตาลูปปั่น

เรื่องโดย Apichai Chomsing | 10/18/2554 12:03:00 PM | 2 ความคิดเห็น »

คอฟฟี่เมต รีเฟรชชี่

เรื่องโดย Apichai Chomsing | 10/18/2554 12:01:00 PM | 0 ความคิดเห็น »



คอฟฟี่เมต รีเฟรชชี่
ส่วนผสม
1.เนสกาแฟเรดคัฟ    2  ช้อนชาพูน
2.น้ำตาลทราย    2  ช้อนชาพูน
3.น้ำหวานกลิ่นสละ    2  ช้อนโต๊ะ
4.น้ำร้อน    1/2  ถ้วยตวง
5.เนสท์เล่คอฟฟี่เมตโกลด์    5  ช้อนชาพูน
6.น้ำแข็ง    1  แก้ว

วิธีทำ
1. ใส่น้ำหวานกลิ่นสละลงส่วนล่างของแก้ว ตามด้วยน้ำแข็งพักไว้
2. ตักเนสท์เล่คอฟฟีเมตโกลด์ลงเเก้วชง เทน้ำร้อนลงไป 1/4 ถ้วยตวง คนให้ละลายเข้ากัน เทใส่แก้วที่เติมน้ำแข็ง
3. ตักเนสกาแฟเรดคัฟ ลงเเก้วชง ตามด้วยน้ำตาลทรายและน้ำร้อนลงไป 1/4 ถ้วยตวง 
    คนให้ละลายเข้ากันแล้วใส่ลงส่วนบนของแก้วพร้อมดื่มขณะเย็น

พั้นซ์แตงโม

เรื่องโดย Apichai Chomsing | 10/18/2554 12:00:00 PM | 0 ความคิดเห็น »



ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)
น้ำแตงโม     2      ออนซ์ 
น้ำสับปะรด     2      ออนซ์ 
น้ำมะนาว      0.5      ออนซ์ 
น้ำหวานรสทับทิมหรือน้ำแดงตามชอบ      1      ออนซ์ 
น้ำแข็ง           


วิธีทำ 

1. เทส่วนผสมทั้งหมดลงในเชคเกอร์ 

2. ใส่น้ำแข็งก้อน 3/4 ของเชคเกอร์ 

3. เขย่าแรงและเร็ว ประมาณ 30-40 ครั้ง 

4. รินส่วนผสมใส่แก้ว พร้อมน้ำแข็ง

5. ประดับด้วยสับปะรด มะนาว และดอกกล้วยไม้ให้สวยงามเสิร์ฟขณะยังเย็นฉ่ำ 



ใครนิยมรับประทานไข่ดิบหรือไข่ลวกเพื่อบำรุงร่างกาย วันนี้มีข้อเท็จจริงบางอย่างที่อาจทำให้หยุดคิดว่าผลของการกระทำเช่นนั้น เป็นเรื่องจริงทางวิทยาศาสตร์หรือ ?


ไข่เป็นของคู่ครัวคนไทยและจัดเป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง มีทั้งโปรตีน ไขมัน วิตามินเอ ธาตุเหล็ก สังกะสี แต่การที่จะกินไข่ให้ได้ประโยชน์ต้องรู้จักกิน เพราะในไข่ขาวที่ไม่สุกหรือสุกๆ ดิบๆ จะมีสารที่ชื่อว่า อะวิดิน (avidin) สารตัวนี้จะไปจับวิตามินไบโอติน (biotin) ซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่ง ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการขาดไบโอตินได้ นอกจากนี้การกินไข่ดิบหรือไข่ขาวสุกๆ ดิบๆ อาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย คือย่อยยาก ทำให้กระเพาะอาหารต้องทำงานหนัก ความเชื่อที่ว่ากินไข่ดิบหรือไข่ลวกสุกๆ ดิบๆ เป็นประจำจะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีกำลังวังชานั้น คงต้องเลิกเชื่อกันได้แล้ว

6 เมนูอาหารเพิ่มพลัง

เรื่องโดย Apichai Chomsing | 10/18/2554 11:56:00 AM | 0 ความคิดเห็น »

อาหารการกินเป็นเรื่องใหญ่ เพราะคนเราทุกคนย่อมต้องการพลังงาน บางคนต้องการมาก บางคนต้องการน้อยเพื่อไปดำเนินกิจกรรมในแต่ละวัน

แน่นอนว่าอาหารที่ดีมีประโยชน์ใคร ๆ ก็ปรารถนา เพราะนอกจากร่างกายเราจะได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายแล้ว เมื่อสุขภาพกายดี สุขภาพจิตย่อมดีไปด้วย

มาลองดูกันหน่อยว่ามีอาหารอะไรบ้างที่ให้ประโยชน์กับเราอย่างคุ้มค่า

1.ก๋วยเตี๋ยว
อาหารยอดฮิตกับคนทุกเพศทุกวัย ข้อดีของก๋วยเตี๋ยวนั้นจะช่วยให้อารมณ์ดี ...ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อเพราะก๋วยเตี๋ยวมีกรดอะมิโนซึ่งร่างกายต้องการนำมาผลิตสารทริปโตเฟน (Tryptophan) ยิ่งมีสารตัวนี้ในเลือดมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ร่างกายผลิตสารแห่งความสุขมากขึ้นเท่านั้น จึงทำให้เราอารมณ์ดียังไงล่ะ

2.อาหารทะเล
เป็นที่รู้กันดีว่า อาหารทะเลเต็มไปด้วยสารอาหารประเภทโปรตีนและแร่ธาตุที่สำคัญอย่างไอโอดีน ดังนั้นอาหารทะเลจะช่วยต้านความเครียด และป้องกันโรคคอหอยพอกได้ อาหารทะเลที่ทีโปรตีนสูงได้แก่ กุ้ง ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่จะช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด และยังมีวิตามินบี กับโพแทสเซียมอีกด้วย

3.ขนมปังธัญพืช
หรือที่บางทีเราเรียกว่าขนมปังโฮลวีต ในขนมปังธัญพืชจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อร่างการ ธัญพืชจะช่วยในการย่อยอาหาร ป้องกันมะเร็งลำไส้และมะเร็งเต้านม ช่วยให้เส้นประสาทแข็งแรงและยังขจัดสารพิษออกจากร่างกายอีกด้วย

4.ข้าวโอ๊ต
ชื่อเรียกสั้น ๆ แต่คุณประโยชน์ไม่ได้สั้นตามไปด้วย เพราะมีสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากมาย มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงที่สุด ซึ่งดีสำหรับหัวใจและหลอดเลือด มีวิตามินบีที่ช่วยบำรุงเส้นประสาท กรดโฟลิก ดีสำหรับการสร้างเซลล์และเลือด และคาร์โบไฮเดรต ที่สำคัญยังช่วยลดคอเลสเตอรอลอีกด้วย

5.เนื้อไก่
เนื้อสัตว์อีกประเภทที่คุ้นเคยกันดี มันไม่ได้แค่ให้โปรตีนอย่างเดียวเท่านั้น แต่เนื้อไก่ยังให้วิตามินบี สังกะสี และกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งจะช่วยให้หัวใจมีสุขภาพดี นอกจากนี้เนื้อไก่ยังมีแคลอรี่ต่ำ เซเลเนียมและสังกะสีมีความสำคัญกับการสร้างเลือดและการเผาผลาญพลังงาน ถือเป็นอาหารที่กินกันได้ทุกเพศทุกวัยเลยทีเดียว

6.ข้าวกล้อง
กระแสข้าวกล้องอาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็น ข้าวกล้องที่ไม่ผ่านการขัดสีเมื่อทานแล้วจะช่วยให้ร่างกายตื่นตัว

เพราะคาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในลำไส้จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นน้ำตาลเข้าไปในกระแสเลือด ก็จะทำให้น้ำตาลในเลือดคงอยู่ได้นาน ผลก็คือจะทำให้ไม่เพลียเร็ว รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ตื่นตัวอยู่ตลอดนั่นเอง

เมนูอาหารที่หาได้ง่าย ๆ ใกล้ตัว ราคาไม่แพง สุขภาพที่ดีมีอยู่รอบตัวจริงๆ



ที่มา http://webboard.siamza.com/view.php?cat=20&id=426693


อาหารไทย : ต้มยำกุ้ง
* กุ้งขนาดกลาง 12 ตัว (ปอกเปลือก, ทำความสะอาด)
* เห็ดฟาง 10 อัน
* ตะไคร้ 1 กำ
   (ทุบให้แหลกและหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 2")
* ใบมะกรูด 3 ใบ
* เกลือ 1 ช้อนชา
* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
* พริกขี้หนู 6 เม็ด (ทุบพอให้แหลก)
* น้ำสะอาด 4 ถ้วยตวง
* ผักชี 1/2 ถ้วยตวง (หั่นหยาบ)
สมุนไพรไทย : ตะไคร้
อาหารไทย : ต้มยำกุ้ง
 

     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ปอกเปลือกกุ้งออก เหลือหางไว้ (เพื่อความสวยงามเมื่อปรุงเสร็จ) จากนั้นหั่นด้านหลังกุ้งเพื่อเอาเส้นเลือดสีดำออก เสร็จแล้วนำเห็ดฟางไปล้างให้สะอาด หั่นเป็น 4 ส่วนและนำไปผึ่งให้แห้ง
2. นำน้ำเปล่าไปต้มในหม้อ จากนั้นใส่ตะไคร้, ใบมะกรูด และกุ้ง เมื่อสีกุ้งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพู (เริ่มสุก) ใส่เห็ดที่หั่นไว้แล้วและเกลือ
3. หลังจากน้ำเดือดแล้วปิดไฟ และ้นำหม้อออกมาจากเตา ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำมะนาว และพริกขี้หนู เมื่อปรุงรสเสร็จตักเสิรฟในถ้วย ตกแต่งด้วยผักชีและเสิรฟทันที พร้อมด้วยข้าวสวยร้อนๆ