ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)
น้ำแตงโม 2 ออนซ์
น้ำสับปะรด 2 ออนซ์
น้ำมะนาว 0.5 ออนซ์
น้ำหวานรสทับทิมหรือน้ำแดงตามชอบ 1 ออนซ์
น้ำแข็ง
วิธีทำ
1. เทส่วนผสมทั้งหมดลงในเชคเกอร์
2. ใส่น้ำแข็งก้อน 3/4 ของเชคเกอร์
3. เขย่าแรงและเร็ว ประมาณ 30-40 ครั้ง
4. รินส่วนผสมใส่แก้ว พร้อมน้ำแข็ง
5. ประดับด้วยสับปะรด มะนาว และดอกกล้วยไม้ให้สวยงามเสิร์ฟขณะยังเย็นฉ่ำ
น้ำสลัดน้ำข้น เป็นส่วนผสมตั้งต้นของอาหารอีกหลายอย่าง ด้วยวิธีการเดียวกัน คุณก็สามารถ ทำน้ำสลัดอื่นๆที่หลากหลายได้อีกเปนร้อยๆสูตร ตามแต่จินตนาการ เช่น ใส่กระเทียม และชีส ลงไปปั่นด้วยก็ได้น้ำสลัดซีซาร์ สำหรับความแตกต่างระหว่างน้ำสลัด กับมายองเนส น่าจะพูดได้ว่า น้ำสลัดน้ำข้น คือการปรุงรสมายองเนสให้หวานมันขึ้น เพราะมายองเนสคือการ ตีไข่กับน้ำส้มและน้ำมัน เป็นอื่นไปไม่ได้ แต่น้ำสลัดน่าจะหมายความว่า ซอสที่ทำขึ้นเพื่อการนำไปเพิ่มรสชาติผัก บางชนิดของน้ำสลัดไม่ต้องมีไข่ บางชนิดไม่มีน้ำมัน
สูตรน้ำสลัดน้ำข้นสูตรพื้นฐาน
ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
ส่วนผสมน้ำสลัดน้ำข้นสูตรพื้นฐาน
1.ไข่แดง 2 ฟอง
2.เกลือป่น 2 ช้อนชา
3.พริกไทป่น 1/2 ช้อนชา
4.มัสตาร์ด 1 ช้อนชา
5.น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
6.น้ำส้มสายชู 5 ช้อนโต๊ะ
7.น้ำมันถั่วเหลือง 1 ถ้วย
วิธีทำน้ำสลัดน้ำข้นสูตรพื้นฐาน
1.นำส่วนผสมทุกชนิด ยกเว้นน้ำมันพืชลงโถปั่น
2.ปั่นด้วยความเร็วสูงสุด จนส่วนผสมทุกอย่างเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
3.ค่อยๆ หยอดน้ำมันลงใน หม้อปั่น (หากเทน้ำมันลงทีเดียว ส่วนผสมจะไม่ข้น) หยอดจนส่วนผสมทุกอย่างข้นเป็นครีม
4.ตักใส่ภาชนะ เมื่อวางไว้สักพัก ส่วนผสมจะเป็นครีมแข็งยิ่งขึ้น
สูตรอาหารยำไข่ดาว
สำหรับ 1-2 ที่
ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
วัตถุดิบยำไข่ดาว
1. ไข่ไก่ 3 ฟอง
2. หัวหอม 1/2 หัว
3. มะเขือเทศ 1 ลูก
4. ต้นหอม 1-2 ต้น
5. คึ่นช่าย 1-2 ต้น
6. พริกขี้หนู 5-15 เม็ด (แล้วแต่ความเผ็ดของพริกและตามความชอบส่วนตัว)
7. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำยำไข่ดาว
1. ตั้งกระทะ ให้ร้อนใส่น้ำมันให้พอกับการทอดไข่ดาว (ครึ่งถ้วยตวง) ทอดให้กรอบทั้งสองด้านนำขึ้นพักไว้ในจานที่รองกระดาษซับน้ำมันไว้
2. ผสมน้ำยำลงในถ้วยผสมด้วย น้ำปลา น้ำตาล มะนาว คนให้ละลาย
3. ซอยหัวหอมบาง มะเขือเทศเอาเม็ดออกซอยบางประมาณครึ่งเซนติเมตร ต้นหอมหั่นท่อน คึ่นช่ายหั่นท่อน ไข่ดาว หั่นชิ้นพอคำ
4. ชิมน้ำยำให้ได้รสที่ต้องการ ใส่ทั้งหมดลงในถ้วยผสม คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักเสริฟ
เมนูอาหารพะแนงเนื้อ
อาหารไทย อย่างเมนูอาหาร ที่แสนอร่อย อย่างพะแนงเนื้อ ที่หลายคนนั้น ที่มีความชื่นชอบในการรับประทาน เป็นอย่างมาก เพราะเรานำมารับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ได้อย่างอร่อย แถมยังมีรสชาติ ที่ถูกปากใครต่อใคร อีกด้วย
เพราะฉะนั้น ในวันนี้ เราจะมาแนะนำ วิธีในการ ทำพะแนงเนื้อ เพื่อรับประทานเองได้ ง่ายๆ ด้วยวิธีการ และส่วนผสม ที่สามารถทำรับประทานเองได้ง่ายๆ
ส่วนผสมในการทำแพนงเนื้อ
เนื้อวัว หั่นเป้นชิ้นเตรัยมเอาไว้ โดยการกะเอาชิ้นพอคำ
น้ำพริกแกงพะแนง
น้ำมันพืช
กะทิ
น้ำตาลปี๊บ
น้ำปลา
ใบโหระพา เพื่อเพิ่มความหอมน่ารับประทาน
พริกชี้ฟ้า หั่นเป็นเส้น เพื่อโรยลงไปในแพนงเนื้อ
ใบมะกรูด ที่ซอยละเอียด เพื่อเอาไว้ในการโรยลงไปที่พะแนงเนื้อ
ขั้นตอนวิธีการทำแพนงเนื้อ
-เมื่อเราได้ เตรียมส่วนผสมในการ ทำพะแนงเนื้อ เรียบร้อยแล้ว
-จากนั้นเราก็จะ นำเครื่องแกงไปผัด กับน้ำมัน จากนั้น เราก็จะใส่กระทิลงไป ในเครื่องแกง ที่เราผัดไปแล้ว จากนั้นเราก็จะต้มต่อไปจนเดือด เคี่ยวให้กะทิ เกิดการแตกมัน สักครู่
- จากนั้นเราก็จะ ใส่เนื้อวัว ลงไปในเครื่องแกง ที่เราได้เคี่ยว เอาไว้ จากนั้น เมื่อเนื้อวัวสุกดีแล้ว เราก็จะมา แล้วจึงปรุงรส ด้วยน้ำตาลและน้ำปลา ชิมรสชาติ ตามความต้องการ
- จากนั้น เมื่อเนื้อ ที่ต้มนั้นสุกดีแล้ว เราก็จะใส่ใบโหระพา ลงไปในหม้อแพนงเนื้อ จากนั้นใส่พริกและใบมะกรูด คนส่วนผสมให้เข้ากัน ปิดไฟยกลงจากเตา
-จากนั้นเราก็จะ ตักใส่ถ้วยและเสิรฟ พร้อมรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ได้อย่างแสนอร่อย แล้วล่ะ
ขอบคุณบทความจาก : ezythaicooking.com
เครื่องปรุงและส่วนผสม ปลานึ่งพริกมะนาว
- ปลาหนึ่งตัว 400-500 กรัม (ปลากระพง, ปลาทับทิม, อื่นๆ หรือจะใช้เนื้อปลาก็ได้)
- ต้นหอม 2 ต้น (หั่นความยาวประมาณ 1 นิ้ว)
- พริกขี้หนูซอย 3 – 5 เม็ด
- กระเทียมสับ 6 กลีบ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ
- น้ำซุป 1/2 ถ้วยตวง
- ผักชี (สำหรับแต่งหน้าอาหาร)
วิธีทำ ปลานึ่งพริกมะนาว
- ทำความสะอาดและบั้งตัวปลาจนถึงกระดูก (บั้งทั้งสองข้าง) เพื่อช่วยให้เนื้อปลาสุกเร็วและสุกทั่วทั้งตัว จากนั้นนำปลาไปใส่จานชนิดทนความร้อน (จานแก้วหรือจานเซรามิก) แล้วนำไปไว้ในหม้อนึ่ง
- ใส่น้ำสะอาดลงในหม้อนึ่งและนำไปตั้งไฟ รอจนน้ำเดือดจึงนำปลาไปใส่ในหม้อนึ่ง ทิ้งไว้ 10 – 15 นาที (ต้องรอจนน้ำเดือดแล้วค่อยนำปลาไปนึ่ง เพื่อไม่ให้มีกลิ่นคาวปลา)
- ในชามขนาดกลาง, ใส่น้ำซุป, พริก, กระเทียม, น้ำปลา และ ต้นหอมลงไป คนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันทั่ว
- นำปลาออกจากหม้อนึ่ง และราดด้วยน้ำปรุงรสที่ทำในขั้นตอนที่สามลงไป แต่งหน้าด้วยผักชี เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ
เครื่องปรุงและส่วนผสม ผัดเต้าหู้หมูสับ
- เต้าหู้ 250 กรัม (หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า)
- หมูสับ 300 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ขิงสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมใหญ่สับละเอียด 1/2 ลูก
- เต้าซี่แบบเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ
- ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- ต้นหอมซอยละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- เหล้าจีนสำหรับทำอาหาร 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- แป้งมัน 1/3 ถ้วยตวง (ผสมน้ำและคนให้ละลาย)
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
วิธีทำ ผัดเต้าหู้หมูสับ
- ตั้งน้ำมันในกระทะบนไฟร้อนปานกลาง จากนั้นใส่กระเทียม, หอมใหญ่และขิงลงไป ผัดจนหอมและเหลือง
- ใส่หมูสับลงไปผัดจนเกือบสุก จึงปรุงรสด้วยเต้าซี่, ซิอิ๊วขาว, น้ำตาล, พริกไทยและน้ำเปล่า
- ผัดจนหมูสุกทั่ว จึงใส่เต้าหู้ลงไปผัด ระวังอย่าทำให้เต้าหู้เละเพราะจะทำให้ไม่น่าทาน ผัดจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี
- เทน้ำแป้งที่เตรียมไว้ลงไปผัดในกระทะ คนต่อเนื่องเพื่อไม่ให้แป้งเกาะตัวเป็นก้อน จากนั้นจึงใส่ต้นหอม, น้ำมันงา และเหล้าจีนลงไป คนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี
เครื่องปรุงและส่วนผสม ไก่ตุ๋นซ๊อสขิง
- สะโพกไก่หรือน่องไก่ 6 – 8 ชิ้น
- ขิงซอย 350 กรัม
- แครอทหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 350 กรัม
- หอมใหญ่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 1/2 ลูก
- ต้นหอมซอย 100 กรัม
- พริกชี้ฟ้าหั่น 3 – 5 เม็ด
- ซ๊อสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
- ซิอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- เหล้าจีนสำหรับทำอาหาร 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืชสำหรับทำอาหาร
- ผักชี (สำหรับแต่งอาหาร)
วิธีทำ ไก่ตุ๋นซ๊อสขิง
- ใส่น้ำมันลงในกระทะและนำไปตั้งไฟร้อนปานกลาง รอจนน้ำมันร้อนจึงใส่ไก่ลงไป ทอดจนเกือบสุกจึงนำออกมาสะเด็ดน้ำมัน
- ใส่น้ำลงไปในหม้อใบใหญ่ ตั้งบนไฟร้อนปานกลาง รอจนน้ำเดือดจึงใส่ซิอิ๊วขาว, ซ๊อสหอยนางรม, น้ำตาล, และเหล้าจีน คนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี
- ใส่ไก่ทอดลงไปในหม้อ จากนั้นใส่ขิง, หอมใหญ่ และแครอท ต้มจนน้ำเดือด แล้วจึงหรี่ไฟลง ตุ๋นด้วยไฟอ่อนๆประมาณ 30 นาที
- เติมต้นหอมและพริกลงไป ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที จึงปิดไฟ
- ตักใส่จาน แต่งหน้าด้วยผักชีและต้นหอมซอย เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ
เครื่องปรุงและส่วนผสม ตับหวาน
- ตับหมู (หรือตับวัว) 200 กรัม
- ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบสาระแหน่ 1/2 ถ้วยตวง
- หอมแดงซอย 4 ลูก
วิธีทำ ตับหวาน
- ล้างตับในน้ำจนสะอาด แล้วจึงหั่นเป็นชิ้นบางๆ พอดีคำ
- ต้มน้ำในหม้อ รอจนน้ำเดือดจึงนำตับไปลวกจนเกือบสุก นำออกมาสะเด็ดน้ำและเตรียมไว้
- ในชามขนาดกลาง, ใส่ตับที่ลวกแล้ว, น้ำตาล, น้ำมะนาว, น้ำปลา, ต้นหอมซอย, พริกป่น, ข้าวคั่ว และหอมแดง คนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันทั่ว
- ตักใส่จาน แต่งหน้าด้วยใบสาระแหน่ เสริฟทันทีพร้อมผักสด (กะหล่ำปลี, แตงกวา, อื่นๆ) จะทานเป็นกับข้าวหรือกับแกล้ม
สูตรอาหารไทย : เนื้อแดดเดียว
THAI FRIED SUN-DRIED BEEF
เครื่องปรุงและส่วนผสม เนื้อแดดเดียว
- เนื้อวัว 500 กรัม (หั่นเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 ซม. และยาว 7 ซม.)
- กระเทียมบด 2 กลีบ
- รากผักชีทุบพอแหลก 5 ราก
- พริกไทย 1 ช้อนชา
- งาขาว 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 2 ช้อนชา
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- ซ๊อสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
- ผงปรุงรสเนื้อ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ เนื้อแดดเดียว
- หมักเนื้อกับกระเทียม, รากผักชี, พริกไทย, น้ำตาล, น้ำปลา, ซ๊อสหอยนางรม, งาขาว และ ผงปรุงรส นวดด้วยมือจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี และทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
- นำเนื้อไปตากแแดดไว้ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง กลับเนื้อบ้างเป็นระยะ
- ใส่น้ำมันลงในกระทะและนำไปตั้งไฟ รอจนน้ำมันร้อนจึงนำเนื้อหมักลงไปทอดจนสุกทั่ว นำออกมาสะเด็ดน้ำมัน
- จัดเนื้อทอดใส่จานพร้อมผักสดต่างๆ (แตงกวา, มะเขือเทศ, กะหล่ำปลี, อื่นๆ) และน้ำจิ้ม (ซ๊อสพริก) เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ หรือจะเป็นของกับแกล้มของทานเล่นก็ดี
หมูผัดพริกขิงคืออีกหนึ่งเมนูอาหารทางเลือกสำหรับกับข้าวมื้อเย็นที่บ้านของคุณ เมนูนี้คุณจะได้รับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และประโยชน์จากขิงที่ช่วยขับลมในกระเพาะ แก้อาการจุดเสียด ท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย แหมทานอาหารมื้อเดียวได้ประโยชน์ขนาดนี้มันช่างดีเสียนี่กระไร สำหรับแม่บ้านที่ไม่รู้ว่าจะทานอาหารอะไรดีในมื้อเย็นหมูผัดพริกขิงก็เป็นเมนูอาหารที่ไม่เลวเลยทีเดียวค่ะ แต่ใครที่อยากจะลองทำเพราะอยากหัดทำกับข้าวแล้วละก็วันนี้ผู้เขียนมีส่วนผสมและขั้นตอนการทำเมนูหมูผัดพริกขิงมาฝากให้ได้ไปลองฝีมือกันด้วยนะค่ะ
- เนื้อหมูจำนวน 300 กรัม
- ถั่วฝักยาวหั่นเป็นชิ้นเล็กๆจำนวน 1 ถ้วยตวง
- น้ำปลาจำนวน 2 ช้อนชา
- เครื่องปรุงรสไก่ชนิดผงจำนวน ½ ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บจำนวน 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืชจำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเอาเมล็ดออกแล้วแช่น้ำจนนิ่มจำนวน 5 เม็ด
- ตะไคร้ซอยบางๆจำนวน 2 ต้น
- หอมแดงปอกเปลือกจำนวน 3 หัว
- กระเทียมหัวเล็กแกะกลีบจำนวน 2 หัว
- ข่าแก่หั่นเป็นแว่นจำนวน 3 แว่น
- ผิวมะกรูดหั่นชิ้นเล็กๆจำนวน 1 ช้อนโต๊ะ
- เม็ดพริกไทยดำจำนวน 7 เม็ด
- รากผักชีหั่นเล็กๆ 1 ช้อนโต๊ะ
- กะปิจำนวน 1 ช้อนชา
- เกลือป่นจำนวน ½ ช้อนชา
- กุ้งแห้งป่นจำนวน 1 ช้อนโต๊ะ
- เครื่องปรุงรสไก่ชนิดผงจำนวน 1 ช้อนชา
- จัดการโขลกเครื่องแกงสำหรับเอาไปผัดพริกขิงให้ละเอียดแล้วพักเอาไวเพื่อผัดต่อไป
- ยกกระทะขึ้นตั้งบนเตาไฟ จากนั้นพอกระทะร้อนให้ใส่น้ำมันพืชลงไปในกระทะ จากนั้นรอให้น้ำมันร้อน จากนั้นนำเครื่องแกงที่ตำเสร็จแล้วลงผัดกับน้ำมันพืชด้วยการใช้ไฟปานกลางอย่าไฟแรงเด็ดขาดเพราะจะทำให้เครื่องแกงนั้นไหมจนเสียรสชาติ
- ใส่เนื้อหมูลงไปผัดให้เข้ากับเครื่องแกง จากนั้นใส่ถั่วฝักยาวลงไปจากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นเติมลงไปด้วยน้ำปลา และเครื่องปรุงรสไก่ชนิดผง และน้ำตาลปี๊บ เพียงแค่นี้ก็เสร็จแล้วละค่ะ พร้อมเสิร์ฟได้ทันที
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)