อย่างช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์เป็นช่วงที่กุหลาบป่าหรือกุหลาบพันปีบานสะพรั่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภูหลวง หลังจากนั้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ต่อเดือนเมษายน กุหลาบขาวจะบานออกดอกสวยให้เห็น ส่วนในช่วงฤดูร้อนจะเห็นสีสันไม้ป่านานาชนิด กล้วยไม้ต่าง ๆ ดอกไม้สวย  สภาพป่าสมบูรณ์ตื่นตาตื่นใจกับกล้วยไม้หลากหลายชนิด   โดยเฉพาะเอื้องสำเภางามเบ่งบาน แต่งแต้มไปตามแนวทางที่เดิน  ได้เห็นกุหลาบแดง  (กุหลาบพันปีสีแดง)  บานสะพรั่งอยู่บริเวณตัวอาคารที่พัก  สวยงามมาก   เดือนมีนาคมกุหลาบขาวจะเยอะกว่ากุหลาบแดง  เวลาบานจึงขาวโพลนเต็มภูเขาบริเวณที่พบมากที่สุดเรียกว่า   โคกพรหมจรรย์บริเวณโคกพรหมจรรย์จะเต็มไปด้วยกุหลาบขาวล้วน ๆ  ขาวโพลนไปทั่วภูเขาหนาแน่นสวยงามมาก  เพราะมีสีขาวบริสุทธิ์นี่เองจึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อว่า  โคกพรหมจรรย์  นั่นเอง

ช่วงเดือนมีนาคมดอกกุหลาบพันปีสีแดงและสีขาวที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง  จังหวัดเลย ผลิดอกบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วภูหลวงอาจเป็นเพราะสภาวะอากาศที่แปรปรวนนี้เป็นตัวกำหนด  จึงทำให้ได้เห็นความสวยงามของดอกกุหลาบพันปีบานพร้อม ๆ กัน

ครั้งหนึ่งในชีวิต มหามงคล ที่ทุกคนอยากไปสักครั้งใน ชีวิต....

เก็บตกสักหน่อยหลังจากกลับบ้านมา ปีหน้าคิดว่าคงจะมีอีกนะ...

ก๋วยจั๊บน้ำข้น สูตรอร่อยเด็ด
"ก๋วยจั๊บน้ำข้น" อีกเมนูอาหารจานเดียวที่อร่อยเด็ดและได้คุณค่าทางอาหารอย่างครบถ้วนในจานเดียว เอกลักษณ์ของก๊วยจั๊บน้ำข้นนั้นอยู่ที่เครื่องมีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นหมูกรอบ ไส้หมู ตับหมู ปอดหมู เต้าหู้ทอด ไข่ต้ม ปอด และหนังหมู และก๋วยจั๊บก็เป็นเช่นเดียวกับก๋วยเตี๋ยว สามาชอบ ด้วยน้ำซุปที่เข้มข้นปรุงรสอีกนิดหน่อยหรือแทบไม่ต้องปรุงเลย จึงทำให้ถูกปากถูกใจได้ไม่ยาก ที่มีสูตรก๋วยจั๊บน้ำข้นดังนี้...



เครื่องปรุง
เส้นก๋วยจั๊บ 1 กิโลกรัม
ตับหมู ½ กิโลกรัม
ไส้ใหญ่หมู ½ กิโลกรัม
ปอดหมู 2 พวง
หนังหมู ½ กิโลกรัม
เต้าหู้ทอด 2 พวง
หมูกรอบชิ้นยาว 2 ชิ้น
พริกไทยขาวเป็นเม็ด 30 เม็ด
แป้งข้าวเจ้า 10 ช้อนโต๊ะ
ไข่ต้ม 20 ฟอง
กระเทียมบุบ 6 หัว
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น ½ ช้อนโต๊ะ
ซ๊อิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซิ๊วดำ ½ ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ก่อนอื่นให้เตรียมเส้นก๋วยจั๊บก่อน โดยการนำเส้นก๊วยจั๊บมาต้มกับน้ำซุปจนกระทั่งเส้นนิ่มได้ที่แล้วให้นำแป้งข้าวเจ้ามาละลายกับน้ำใส่ลงเคี่ยวในหม้อให้ข้นแต่อย่าให้เหนียว ปิดไฟพักไว้
2. จากนั้นหันมาทำน้ำพะโล้ด้วยการต้มน้ำ ใส่กระดูกหมูลงไปเคี่ยวสักครู่พอให้หวานน้ำต้มกระดูกหมู จากนั้นให้ใส่โป๊ยกั๊ก รากผักชี อบเชย พริกไทยเม็ด กระเทียมบุบพอแหลก เกลือ น้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำ ตามด้วยเครื่องในหมู ได้แก่ ตับหมู ปอดหมู หนังหมู และไข่ต้มลงไป เคี่ยวต่อไปด้วยไฟอ่อน รอจนตับหมูเริ่มสุกให้ตักขึ้นมาก่อน เนื่องจากตับจะเป็นส่วนที่สุกเร็วที่สุด นอกนั้นให้เคี่ยวต่อไปจนเปื่อยแล้วจึงค่อยตักขึ้นมาใส่ในภาชนะเตรียมขาย หรือจะนำใส่ในตะแกรงโลหะแขวนไว้บนหม้อต้มให้ได้รับความร้อนตลอดเวลาก็ได้เพียงเท่านี้ก็ได้ก๋วยจั๊บรสเด็ดแล้ว

หมูแดดเดียว

เรื่องโดย Apichai Chomsing | 2/07/2556 02:35:00 PM | 0 ความคิดเห็น »

หมูแดดเดียว อาหารคู่บ้านคนไทยก็ว่าได้ เมนูอาหารในวันนี้ขอแนะนำ สูตรหมูแดดเดียว (Thai Pork Jerky Recipe) พร้อมแนะนำวิธีการหมักหมูแดดเดียวให้อร่อยแบบแซ่บเวอร์ ซึ่งรสชาติเมื่อทอดเสร็จจะออกกลมกล่อม ไม่จืด ไม่เค็ม โดยสูตรนี้ใช้เนื้อหมูประมาณหนึ่งกิโล ไปดูส่วนประกอบและเครื่องปรุงกันเลย...

สูตรหมูแดดเดียว

เครื่องปรุงและส่วนผสม
  • เนื้อหมู 1 กิโลกรัม 
  • กระเทียม 1 หัวครึ่ง
  • รากผักชี 5-6 ราก 
  • พริกไทย 2 ช้อนชา 
  • งาขาว 3 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำตาล 4 ช้อนชา 
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ 
  • ซอสหอยนางรม 4 ช้อนโต๊ะ 
  • ผงปรุงรสเนื้อ 1 ช้อนโต๊ะ 
วิธีทำ
  1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด นำนื้อหมูมาแล่ เป็นชิ้นบางหน่อย (หนาประมาณ 1 เซ็นติเมตร) แต่อย่าบางมาก ถ้าบางมากไป เวลานำไปตากแดดจะแห้งมากเกินไป เนื้อหมูบางส่วนอาจท่อนเป็นชิ้นๆด้วยก็ได้
  2. โขลกกระเทียม รากผักชี พริกไทยให้ละเอียด ได้ที่แล้วนำไปหมักเนื้อหมู
  3. จากนั้นเติมน้ำตาล, น้ำปลา, ซอสหอยนางรม, งาขาว และผงปรุงรส ลงไป 
  4. คลุกเคล้าหรือนวดด้วยมือจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี และทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง 
  5. นำเนื้อหมูไปตากแแดดไว้ประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง กลับเนื้อหมูบ้างเป็นระยะ  (โดยตากแดดไปสัก 2 ชั่วโมงเนื้อหมูด้านหนึ่งจะแห้งก็ทำการกลับเนื้อหมูแล้วตากอีกด้านไปอีก 2 ชั่วโมง) 
  6. สำหรับการทอด ให้ใส่น้ำมันลงในกระทะและนำไปตั้งไฟ รอจนน้ำมันร้อนจึงนำหมูหมักลงไปทอดจนสุกทั่ว จัดหมูทอดใส่จานพร้อมเสริฟ
เคล็ดลับ
  • การหมักหมู ถ้าหมักไว้นานเครื่องปรุ่งรวมส่วนผสมแล้วจะเป็นน้ำ จะเสียความเข้มข้นตรงนั้นไป 
  • น้ำตาลทรายขาว ยิ่งเม็ดละเอียดมากยิ่งดี
  • งาขาว จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ถ้าใส่ก็ดูสวยงามดี ได้กินงาขาวด้วย และจะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมของหมูทอด
  • การตากเนื้อหมูถือว่าสำคัญเหมือนกัน ถ้าแดดจัด แดดแรง หากตากนานเกินไป เนื้อหมูจะแห้งเกินไป เวลาทอดแล้วเนื้อจะแข็งแต่ก็ทานได้ ดังนั้นหากแดดแรง ตากเนื้อหมูแค่พอหมาดๆ ก็เก็บได้เลย
  • สำหรับเวลาทอดนั้น ควรใช้ไฟปานกลาง อย่าใช้ไฟแรงมากเพราะเนื้อหมูจะแข็ง
  • สำหรับเครื่องปรุงที่ใช้หมักหมูนั้น ใครชอบหวาน ก็ใส่น้ำตาลเพิ่มมากหน่อย ใครชอบเค้มก็ใส่น้ำปลามากหน่อย
  • จัดหมูทอดแดดเดียวในจานพร้อมผักสดต่างๆ ; แตงกวา, มะเขือเทศ, กะหล่ำปลี, อื่นๆ และน้ำจิ้ม ช่วยเพิ่มความอร่อยได้เป็นอย่างดี
หมูแดดเดียว